ผิวแห้งแตกเหมือนเกล็ดปลา เกิดจาก? ใช้อะไรดี – Tomato Girls

ผิวแห้งแตกเหมือนเกล็ดปลา เกิดจากอะไร

สาว ๆ เคยส่องกระจกแล้วตกใจไหม? ทำไม ผิวแห้งแตกเหมือนเกล็ดปลา ! 😱 ปัญหานี้ไม่ใช่แค่ทำให้ผิวดูไม่สวย แต่ยังทำให้แต่งหน้าไม่ติด เป็นคราบอีกต่างหาก (ใครมีปัญหานี้ลองอ่านบทความ แต่งหน้าแล้วเป็นคราบ ดูนะ!) วันนี้ Tomato Girls จะพาไปไขข้อข้องใจว่าผิวแห้งแตกเป็นเกล็ดปลาเกิดจากอะไร และต้องใช้สกินแคร์แบบไหนช่วยกู้ผิวให้กลับมานุ่มชุ่มชื้นอีกครั้ง!

ผิวแห้งแตกเหมือนเกล็ดปลา เกิดจากอะไร?

ผิวแห้งแตกเป็นขุย ไม่ใช่แค่เรื่องของความงาม แต่ยังส่งผลต่อสุขภาพผิวของเราอีกด้วย มาดูกันว่าปัจจัยอะไรที่ทำให้ผิวของเรากลายเป็นเกล็ดปลาแบบนี้ และจะป้องกันได้อย่างไร!

1. ผิวขาดน้ำ ขาดความชุ่มชื้น

หนึ่งในสาเหตุหลักของผิวแห้งคือ การที่ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นมากเกินไป อาจเกิดจากดื่มน้ำน้อย อากาศแห้ง หรือใช้สกินแคร์ที่แรงเกินไปจนทำให้ผิวสูญเสียความสมดุลของน้ำและน้ำมัน

2. ปัญหาผิวแห้งจากอากาศเย็นหรือแห้งเกินไป

อากาศหนาวหรืออยู่ในห้องแอร์นาน ๆ ทำให้ผิวสูญเสียน้ำอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ผิวแห้ง ลอกเป็นขุย และอาจแตกเป็นเกล็ดปลาได้ง่ายขึ้น

3. ใช้สบู่หรือสกินแคร์ที่ทำให้ผิวแห้ง

สบู่หรือโฟมล้างหน้าที่มีส่วนผสมของ SLS (สารลดแรงตึงผิว) อาจทำให้ผิวแห้งตึงหลังล้างหน้า หรือการใช้โทนเนอร์ที่มีแอลกอฮอล์เยอะก็อาจเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ผิวสูญเสียน้ำมันตามธรรมชาติ

ผิวแห้งแตก

4. ขาดสารอาหารที่ดีต่อผิว

การกินอาหารที่ไม่มีสารอาหารที่ช่วยบำรุงผิว เช่น โอเมก้า-3, วิตามิน E หรือคอลลาเจน อาจทำให้ผิวขาดความยืดหยุ่นและแห้งเสียได้ง่าย

5. ผิวแห้งจากโรคผิวหนัง

บางคนอาจมีปัญหาผิวแห้งจากโรคผิวหนัง เช่น โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Eczema) หรือโรคสะเก็ดเงิน ซึ่งทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นเร็วกว่าปกติ และต้องการการดูแลเป็นพิเศษ

ใช้อะไรดี? วิธีแก้ผิวแห้งแตกเป็นเกล็ดปลา

เมื่อรู้สาเหตุแล้ว ต่อไปคือการแก้ไข! หากปล่อยให้ผิวแห้งแตกต่อไป อาจทำให้เกิดอาการคัน ระคายเคือง และแก่ก่อนวัย มาดูกันว่ามีไอเทมไหนบ้างที่จะช่วยกู้ผิวให้กลับมาชุ่มชื้นเนียนนุ่มได้

1. มอยเจอร์ไรเซอร์ ตัวช่วยกู้ผิว!

การเติมความชุ่มชื้นให้ผิวเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด สาว ๆ ควรใช้มอยเจอร์ไรเซอร์เป็นประจำ โดยเลือกสูตรที่มี Ceramides, Hyaluronic Acid และ Shea Butter ซึ่งช่วยกักเก็บน้ำและฟื้นฟูปราการผิวได้ดี ถ้าไม่แน่ใจว่าจะทาอะไรก่อนระหว่างมอยเจอร์ไรเซอร์กับครีม ลองอ่านบทความ มอยเจอร์ไรเซอร์ กับ ครีม ทาอะไรก่อนกัน เพื่อดูวิธีใช้ที่ถูกต้อง!

บอกลาผิวแห้งแตกด้วย “มอยเจอร์ไรเซอร์” ที่ต้องมีติดโต๊ะ

SKINTIFIC 5X Ceramide Barrier Moisturizer Gel บาเรียร์ มอยเจอร์ไรเซอร์ เจล 

มอยเจอร์ไรเซอร์เนื้อบางเบาแต่ให้ความชุ่มชื้นอย่างล้ำลึก ด้วยเซราไมด์ที่ช่วยเสริมเกราะป้องกันผิว คงความชุ่มชื้นยาวนาน พร้อมบำรุงให้ผิวแข็งแรงขึ้น เสริมด้วยกรดไฮยาลูโรนิก ใบบัวบก และคอลลาเจนจากทะเล ช่วยฟื้นฟูและปลอบประโลมผิว ให้ดูสุขภาพดีและสดใส

🛒 https://s.shopee.co.th/1B76AXAO8q

Cerave PM Facial Moisturising Lotion 52ml เซราวี มอยเจอร์ไรเซอร์

มอยเจอร์ไรเซอร์เนื้อบางเบา อ่อนโยนต่อผิวหน้าเป็นพิเศษ ให้ความชุ่มชื้นยาวนาน พร้อมเติมน้ำให้ผิวดูอิ่มฟู  อุดมด้วย Niacinamide (วิตามิน B3) ที่ช่วยปลอบประโลมผิว ลดการอักเสบและรอยแดงจากสิว ปราศจากน้ำหอมและน้ำมัน ไม่อุดตัน ไม่ก่อให้เกิดการแพ้ เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว รวมถึงผิวแพ้ง่าย 

🛒 https://s.shopee.co.th/2AzdMZO0XJ

2. ใช้ออยล์ล็อกความชุ่มชื้น

การใช้ออยล์บำรุงผิวเป็นวิธีที่ดีมากสำหรับการรักษาความชุ่มชื้น โดยเฉพาะสำหรับคนที่มีผิวแห้ง ออยล์ช่วยสร้างชั้นปกป้องที่ผิวหนัง ซึ่งจะช่วยกักเก็บน้ำไว้ในผิวและป้องกันไม่ให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นจากภายนอกได้ง่าย ๆ นอกจากนี้ยังช่วยให้ผิวมีความนุ่มนวลและเรียบเนียนตลอดทั้งวัน

ล็อกความชุ่มชื้นด้วย Oil ตัวเด็ด!

จอห์นสัน เบบี้ ออยล์ อโลเวรา + วิตามินอี

ให้การบำรุงผิวนุ่มชุ่มชื้นเป็นพิเศษด้วย Johnson’s Baby Oil Aloe Vera & Vitamin E ออยล์สูตรอ่อนโยนที่ช่วยล็อกความชุ่มชื้นให้ผิวได้นานขึ้นถึง 10 เท่า เหมาะสำหรับทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เพิ่มความชุ่มชื้นล้ำลึก ด้วยอโลเวราและวิตามินอี

🛒https://s.shopee.co.th/4fgyLWiigf

Vaseline Intensive Care Cocoa Radiant Body Gel Oil 

ออยล์บำรุงผิวที่ผสมผสานคุณสมบัติของเจลและออยล์ได้อย่างลงตัว ด้วยส่วนผสมจากโกโก้ที่ให้ความชุ่มชื้นล้ำลึก ช่วยให้ผิวของคุณเนียนนุ่มและมีความกระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ทิ้งความมันเยิ้มไว้บนผิว ช่วยบำรุงผิวแห้งให้กลับมาชุ่มชื้นยาวนานตลอดวัน

🛒https://s.shopee.co.th/2AzdNE7vXV

3. เลือกโฟมล้างหน้าที่อ่อนโยน

เปลี่ยนมาใช้คลีนเซอร์สูตรอ่อนโยน ไม่มีแอลกอฮอล์และ SLS เพื่อลดการทำร้ายผิว แนะนำให้เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีค่า pH ใกล้เคียงกับผิว (ประมาณ 5.5) เพื่อช่วยรักษาสมดุลและไม่ทำให้ผิวแห้งตึงหลังล้างหน้า นอกจากนี้ ควรเลือกสกินแคร์ที่มีสารบำรุงอย่าง Aloe Vera, Glycerin และ Panthenol ซึ่งช่วยปลอบประโลมและให้ความชุ่มชื้นกับผิวอย่างอ่อนโยน

ใครผิวแห้ง ไม่อยากหน้าแตก! ใช้โฟมตัวนี้เลย

INGU Hydrating Gentle Cleanser อิงกุ เจลล้างหน้าสูตรอ่อนโยน

ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าที่ออกแบบมาเพื่อผิวบอบบางและแห้ง มาพร้อมสูตรอ่อนโยนที่ช่วยทำความสะอาดได้อย่างล้ำลึก แต่ไม่ทำให้ผิวแห้งตึงหรือระคายเคือง เหมาะสำหรับการใช้ทุกวันเพื่อรักษาความสะอาดและความชุ่มชื้นของผิวหน้า

🛒https://s.shopee.co.th/8AGqWYCo1x

ลา โรช-โพเซย์ La Roche-Posay EFFACLAR FOAMING GEL

ด้วยเนื้อเจลที่บางเบา ช่วยทำความสะอาดผิวหน้าได้อย่างหมดจด ขจัดความมันส่วนเกิน สิ่งสกปรก และเครื่องสำอางที่ตกค้าง โดยไม่ทำให้ผิวแห้งตึงหรือระคายเคือง

🛒 https://s.shopee.co.th/9ziUi1Tax0

4. ดื่มน้ำให้เพียงพอ

การดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว จะช่วยให้ผิวได้รับความชุ่มชื้นจากภายใน และลดอาการแห้งลอกได้

5. บำรุงจากภายในด้วยอาหารดี ๆ

กินอาหารที่มี โอเมก้า-3, วิตามิน E และคอลลาเจน เช่น แซลมอน อะโวคาโด และถั่วต่าง ๆ เพื่อช่วยฟื้นฟูผิวจากภายใน

6. หลีกเลี่ยงอากาศที่ทำให้ผิวแห้ง

พยายามอย่าอยู่ในห้องแอร์หรือที่ที่มีลมแรงนาน ๆ ถ้าจำเป็นควรใช้เครื่องทำความชื้น (Humidifier) เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับอากาศ

สรุป

ผิวแห้งแตกเหมือนเกล็ดปลาอาจเกิดจากหลายปัจจัย ทั้งอากาศที่แห้ง การใช้สกินแคร์ที่ไม่เหมาะสม หรือแม้แต่การขาดสารอาหารที่จำเป็น แต่ไม่ต้องกังวล! แค่ดูแลให้ผิวได้รับความชุ่มชื้นอย่างเพียงพอ ทั้งจากภายนอกด้วยมอยเจอร์ไรเซอร์และออยล์ และจากภายในด้วยการกินอาหารที่มีประโยชน์ ผิวก็จะกลับมาสวยเนียนนุ่มเหมือนเดิม 💖