ผมสวยแบบสาวเกาหลีหรือสาวญี่ปุ่นที่ดูเหมือนตื่นมาก็ผมเป๊ะ จริง ๆ แล้วไม่ได้ขึ้นอยู่กับแชมพูหรือครีมนวดอย่างเดียว แต่ Hair Serum และ Hair Oil ก็เป็นอีกหนึ่งไอเทมที่ช่วยให้ผมดูเรียบลื่น เงางาม และจัดทรงง่ายขึ้น
แต่ปัญหาคือหลายคนซื้อเซรั่มบำรุงผมมาแล้วไม่รู้ว่า “เซรั่มบำรุงผม ใช้ตอนไหน?” บางคนใช้ตอนผมเปียก บางคนใช้หลังไดร์ บางคนใช้ก่อนนอน หรือบางคนใช้ทั้งเช้าและก่อนออกจากบ้าน จนเกิดคำถามต่อว่าใช้เยอะไปไหม? ทำไมผมถึงมัน? แล้ว Hair Serum กับ Hair Oil ต่างกันหรือเปล่า?
จริง ๆ แล้วไม่มีคำตอบเดียว เพราะช่วงเวลาที่เหมาะกับการใช้ขึ้นอยู่กับชนิดของผลิตภัณฑ์และสภาพเส้นผม แต่ถ้าจะเอาแบบจำง่ายที่สุด เซรั่มบำรุงผมมักใช้หลังสระและหลังซับน้ำหมาด ๆ หรือใช้ปริมาณเล็กน้อยกับผมแห้งเพื่อเก็บรายละเอียดก่อนออกจากบ้าน
ถ้าไม่อยากอ่านยาว จำ 4 ช่วงเวลานี้ไว้ได้เลย
หลังสระ ผมหมาด
ใช้เป็นขั้นตอนบำรุงหลังสระ
ผลลัพธ์: ลดความแห้งและช่วยให้ผมเรียบลื่นก่อนเป่าผม / จัดทรง
สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่าใช้ก่อนความร้อน
ผลลัพธ์: ช่วยเตรียมเส้นผมก่อนจัดทรงหลังไดร์ ผมแห้ง
ใช้เก็บผมชี้ฟูและจัดระเบียบเส้นผม
ผลลัพธ์: เพิ่มความเงาและความเรียบก่อนนอน
สำหรับสูตรที่เหมาะกับการบำรุง
ผลลัพธ์: ดูแลเส้นผมระหว่างพักผ่อนเซรั่มบำรุงผมคืออะไร?
เซรั่มบำรุงผม หรือ Hair Serum เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับเส้นผมเพื่อช่วยจัดการปัญหาที่มักเกิดขึ้นหลังสระและระหว่างวัน เช่น ผมแห้ง ผมชี้ฟู ผมพันกัน หรือผมดูไม่มีน้ำหนัก
ผลิตภัณฑ์แต่ละสูตรมีส่วนผสมและจุดประสงค์แตกต่างกัน บางสูตรเน้นให้เส้นผมดูเรียบและเงา บางสูตรออกแบบมาเพื่อผมแห้งเสีย ขณะที่บางผลิตภัณฑ์อาจมีคุณสมบัติช่วยปกป้องเส้นผมจากความร้อน
สิ่งสำคัญคือ เซรั่มไม่ได้ทำให้เส้นผมที่เสียไปแล้วกลับมาเป็นเส้นผมใหม่ที่แข็งแรงทันที แต่สามารถช่วยเคลือบและจัดเรียงเส้นผม ทำให้เส้นผมดูเรียบ นุ่ม และจัดทรงง่ายขึ้น
ดังนั้นถ้าช่วงนี้รู้สึกว่าผมฟูมากหลังสระ หรือปลายผมดูแห้ง ๆ Hair Serum อาจเป็นหนึ่งในขั้นตอนที่ช่วยให้ Hair Routine สมบูรณ์ขึ้น
เซรั่มบำรุงผม ใช้ตอนไหนดีที่สุด?
1. หลังสระผมและซับจนหมาด ช่วงเวลาที่หลายคนเลือกใช้
ถ้าถามว่า เซรั่มบำรุงผม ใช้ตอนไหน คำตอบที่ง่ายที่สุดคือ หลังสระผมตอนที่ผมยังหมาด หลังสระเสร็จ ให้ใช้ผ้าซับน้ำออกอย่างเบามือ ไม่จำเป็นต้องเช็ดแรงจนผมแห้งสนิท จากนั้นใช้เซรั่มในปริมาณเล็กน้อย ลูบหรือกดลงบริเวณกลางผมถึงปลายผม
ช่วงนี้เหมาะเพราะสามารถกระจายผลิตภัณฑ์ไปตามเส้นผมได้ง่าย และยังเป็นจังหวะที่เรากำลังเตรียมผมก่อนเป่าแห้งและจัดทรง แต่มีข้อสำคัญมากคือ อย่าใส่เยอะเพราะคิดว่าจะยิ่งบำรุงยิ่งดี โดยเฉพาะคนผมเส้นเล็กหรือหนังศีรษะมันง่าย เพราะผลิตภัณฑ์ที่มีลักษณะเป็นออยล์หรือซิลิโคนในปริมาณมากอาจทำให้ผมดูหนักและลีบได้
2. ก่อนใช้ไดร์หรือเครื่องจัดแต่งทรง เช็กก่อนว่าเป็น Heat Protectant หรือไม่
ใครที่ไดร์ผม หนีบผม หรือม้วนผมเป็นประจำ น่าจะเคยเห็นคำว่า Heat Protection บนผลิตภัณฑ์ แต่ต้องแยกให้ออกว่า Hair Serum ไม่ใช่ทุกสูตรที่จะป้องกันความร้อนได้
ถ้าผลิตภัณฑ์ระบุว่าสามารถใช้ก่อนความร้อนหรือมีคุณสมบัติ Heat Protectant ก็สามารถใช้ตามวิธีที่ระบุบนฉลากก่อนจัดแต่งทรงได้ ในทางกลับกัน ถ้าเซรั่มไม่ได้ระบุเรื่องการปกป้องจากความร้อน ก็ไม่ควรเหมารวมว่าสามารถใช้แทน Heat Protectant ได้
โดยเฉพาะคนที่หนีบหรือม้วนผมบ่อย การลดความเสียหายจากความร้อนควรให้ความสำคัญมากกว่าการเติมเซรั่มหลายชั้น
3. หลังไดร์ผมเสร็จ ใช้เก็บผมชี้ฟูแบบ Quick Fix
บางวันผมไม่ได้เสีย แต่แค่ ฟูและไม่เป็นทรง โดยเฉพาะวันที่อากาศร้อนชื้นแบบประเทศไทย แค่เดินออกจากบ้านไม่กี่นาที ผมที่ไดร์มาอย่างดีอาจเริ่มฟูได้แล้ว จังหวะนี้สามารถใช้เซรั่มในปริมาณน้อยมากกับผมแห้งเพื่อช่วยให้เส้นผมดูเรียบขึ้น
วิธีง่าย ๆ คือวอร์มผลิตภัณฑ์บนฝ่ามือก่อน แล้วค่อย ๆ ลูบเฉพาะบริเวณกลางผมและปลายผม ส่วนเส้นผมด้านหน้าที่ชี้ฟูสามารถใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหลือติดมือแตะเบา ๆ อย่าเทเซรั่มลงบนศีรษะโดยตรง เพราะมีโอกาสทำให้บางจุดมีผลิตภัณฑ์มากเกินไปและดูมันได้
4. ก่อนนอน ใช้ได้ แต่ไม่จำเป็นต้องทำทุกวัน
การใช้ Hair Serum ก่อนนอนเป็นอีกวิธีที่หลายคนชอบ โดยเฉพาะคนที่มีผมแห้งหรือปลายผมชี้ฟู อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกสูตรที่ออกแบบมาให้ใช้ก่อนนอน จึงควรเช็กคำแนะนำของผลิตภัณฑ์ก่อน ถ้าจะใช้ ให้เริ่มจากปริมาณน้อย ๆ และเน้นช่วงกลางผมถึงปลายผมมากกว่าบริเวณโคน
อีกหนึ่งทริกที่ทำได้ง่ายคือ รวบผมแบบหลวม ๆ หรือถักเปียหลวมก่อนนอน เพื่อลดการเสียดสีและการพันกันระหว่างที่นอน
Hair Serum กับ Hair Oil ต่างกันไหม?
คำว่า Hair Serum และ Hair Oil บางครั้งถูกใช้แทนกันในตลาด แต่จริง ๆ แล้วผลิตภัณฑ์แต่ละตัวมีสูตรและหน้าที่แตกต่างกันได้ Hair Serum มักเน้นเรื่องการทำให้เส้นผมดูเรียบลื่น ลดความชี้ฟู เพิ่มความเงางาม หรือช่วยให้จัดทรงง่าย ขึ้นอยู่กับสูตร
ส่วน Hair Oil มักมีน้ำมันเป็นส่วนประกอบสำคัญและให้สัมผัสที่เคลือบเส้นผมมากกว่า จึงเหมาะกับคนที่ต้องการความนุ่มและความเงาเป็นพิเศษ แต่ก็ต้องระวังเรื่องปริมาณ โดยเฉพาะคนผมเส้นเล็ก ดังนั้นอย่าดูแค่ชื่อผลิตภัณฑ์ ให้ดู ส่วนผสม วิธีใช้ และคุณสมบัติที่ระบุบนฉลาก เป็นหลัก
วิธีใช้เซรั่มบำรุงผมให้ไม่มัน ไม่หนัก ไม่ลีบ
ใครเคยลงออยล์แล้วกลายเป็น “ผมมันเหมือนไม่ได้สระ” น่าจะเข้าใจดีว่าปริมาณสำคัญมาก เริ่มจากปริมาณน้อยก่อน แล้วค่อยเพิ่มหากรู้สึกว่ายังไม่พอ โดยปริมาณที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับความยาว ความหนา และสภาพเส้นผม
- ผมสั้นหรือเส้นเล็ก: เริ่มจากปริมาณน้อยมาก
- ผมยาวระดับกลาง: เพิ่มขึ้นเล็กน้อยและเน้นเฉพาะช่วงปลาย
- ผมหนา แห้ง หรือหยิก: อาจต้องใช้มากกว่า แต่ควรแบ่งทาเป็นส่วน ๆ เพื่อให้กระจายตัวทั่วถึง
จำง่าย ๆ ว่า เริ่มน้อย ดีกว่าใส่เยอะแล้วแก้ยาก
และควรหลีกเลี่ยงการลงเซรั่มหนัก ๆ ที่หนังศีรษะ เว้นแต่ผลิตภัณฑ์นั้นระบุชัดเจนว่าสามารถใช้กับหนังศีรษะได้
เลือกเซรั่มบำรุงผมแบบไหนดี?
ก่อนซื้อ ลองเช็กปัญหาหลักของตัวเองก่อนว่าอยากแก้อะไร
- ถ้าปัญหาคือ ผมชี้ฟู ให้มองหาสูตรที่เน้น smoothing หรือ anti-frizz
- ถ้าปัญหาคือ ปลายผมแห้ง ให้เลือกสูตรที่เน้น conditioning และเพิ่มความนุ่มให้เส้นผม
- ถ้าเป็นคน หนีบผมหรือไดร์บ่อย ให้มองหาผลิตภัณฑ์ที่ระบุคุณสมบัติปกป้องความร้อนโดยเฉพาะ
- ถ้าผม เส้นเล็กและลีบง่าย ควรเลือกเนื้อบางเบาและใช้ในปริมาณน้อย
- ถ้าผม หนาและแห้งมาก อาจเหมาะกับสูตรที่ให้ความเคลือบและความชุ่มชื้นมากกว่า
5 เซรั่มบำรุงผมน่าใช้ ช่วยดูแลผมให้นุ่มลื่นและจัดทรงง่าย
รวม 5 เซรั่มบำรุงผมและ Hair Oil ที่น่าสนใจ สำหรับคนที่อยากลดผมชี้ฟู เติมความเงางาม และทำให้เส้นผมดูเรียบสวยขึ้น เลือกใช้ให้เหมาะกับสภาพผมและปัญหาของตัวเองได้เลย
1. BUALUANG Hair Serum Oil Essential Rose Oil
จุดเด่น: Hair Serum Oil ที่เน้นเติมความนุ่มลื่นและความเงางามให้เส้นผม พร้อมกลิ่นหอมจาก Rose Oil เหมาะสำหรับคนที่ต้องการจัดการผมแห้งและชี้ฟูในชีวิตประจำวัน
2. DOVE Amino Bond Repair BI-Phase Serum + Oil
จุดเด่น: เซรั่มแบบ 2 เฟสที่ผสาน Serum และ Oil เข้าด้วยกัน เน้นดูแลผมแห้งเสียและช่วยให้เส้นผมดูแข็งแรง เรียบลื่น และจัดทรงง่ายขึ้น
3. L’Oréal Paris Elseve Extraordinary Oil Serum With 6 Precious Floral Oils
จุดเด่น: Hair Oil ที่มีส่วนผสมของน้ำมันจากดอกไม้ 6 ชนิด เน้นเพิ่มความนุ่มและความเงางาม พร้อมช่วยให้เส้นผมดูเรียบและลดความชี้ฟู เหมาะกับวันที่อยากได้ฟินิชผมเงาสวย
4. innisfree Hair Recipe Essential Oil Serum
จุดเด่น: เซรั่มออยล์สำหรับดูแลเส้นผมที่แห้งและหยาบกระด้าง ช่วยเพิ่มความนุ่มลื่นและทำให้ผมดูเป็นทรงมากขึ้น เหมาะกับคนที่ชอบ Hair Care เนื้อบางเบาและใช้ง่าย
5. X cute me Hair Serum
จุดเด่น: Hair Serum สำหรับใช้ดูแลเส้นผมในชีวิตประจำวัน ช่วยให้ผมดูเรียบลื่น นุ่มขึ้น และจัดทรงง่าย เหมาะสำหรับคนที่ต้องการไอเทมดูแลผมแบบใช้งานง่ายในทุกวัน
Tip: ก่อนเลือกซื้อ ควรดูสภาพผมของตัวเองเป็นหลัก เพราะผมเส้นเล็ก ผมแห้ง ผมทำสี หรือผมเสียจากความร้อน อาจเหมาะกับเนื้อเซรั่มและการบำรุงที่แตกต่างกัน
เซรั่มบำรุงผม ใช้ทุกวันได้ไหม?
สามารถใช้ได้ในหลายกรณี แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกผลิตภัณฑ์ควรใช้ทุกวัน ถ้าผลิตภัณฑ์ระบุว่าสามารถใช้เป็นประจำหรือใช้ได้ทุกวัน ก็สามารถใช้ตามคำแนะนำได้ โดยควรเริ่มจากปริมาณที่เหมาะสมกับสภาพผมสำหรับคนที่ผมมันง่าย อาจไม่จำเป็นต้องใช้หลายครั้งต่อวัน เพราะการเติมผลิตภัณฑ์ซ้ำบ่อย ๆ อาจทำให้เส้นผมดูหนักและมันเร็วกว่าปกติ
ส่วนคนที่ผมแห้งหรือผ่านการทำสี ดัด หรือฟอก อาจต้องการการดูแลเพิ่มเติม แต่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับสภาพเส้นผม ไม่ใช่เพิ่มปริมาณจนเกินความจำเป็น
ใช้เซรั่มแล้ว ยังต้องใช้ครีมนวดไหม?
ยังต้องใช้ เพราะ Hair Serum ไม่ได้ทำหน้าที่แทนแชมพูหรือครีมนวดทั้งหมด Routine พื้นฐานที่เข้าใจง่ายคือ Shampoo → Conditioner → ซับผมให้หมาด → Hair Serum → เป่าผม/จัดทรง
แต่ขั้นตอนอาจแตกต่างกันไปตามผลิตภัณฑ์ที่ใช้ สำหรับคนที่ชอบจัดแต่งทรงผมด้วยความร้อน สามารถเพิ่ม Heat Protectant ตามคำแนะนำของผลิตภัณฑ์ก่อนใช้ไดร์ หนีบ หรือม้วนผม
และถ้าอยากเข้าใจเรื่อง Beauty Routine แบบครบ ๆ ตั้งแต่ผิว ผม ไปจนถึงเทรนด์ใหม่ ๆ สามารถติดตามเรื่องราวจาก Tomato Girls ได้เช่นกัน
5 ข้อผิดพลาดที่ทำให้ใช้เซรั่มแล้วผมไม่สวย
- ใช้เยอะเกินไป ปริมาณมากไม่ได้แปลว่าบำรุงได้ดีกว่าเสมอไป และอาจทำให้ผมดูมันหรือหนัก
- ทาที่โคนผมโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะคนหนังศีรษะมัน ควรเน้นกลางผมถึงปลายผม
- คิดว่า Serum ทุกตัวกันความร้อน ต้องดูคำเคลมของผลิตภัณฑ์ก่อนทุกครั้ง
- ใช้ผลิตภัณฑ์ไม่ตรงกับสภาพผม ผมเส้นเล็กอาจไม่ถูกกับสูตรที่หนักมาก ในขณะที่ผมหนาและแห้งอาจต้องการผลิตภัณฑ์ที่ให้การเคลือบมากกว่า
- ลงผลิตภัณฑ์ซ้ำหลายตัวโดยไม่จำเป็น บางคนใช้ Leave-in + Serum + Oil + Styling Cream พร้อมกันจนผมหนัก ลองเลือกเฉพาะตัวที่ตอบโจทย์ปัญหาหลักก่อนจะดีกว่า
สรุป เซรั่มบำรุงผม ใช้ตอนไหน?
ถ้าต้องเลือกเพียงช่วงเดียว หลังสระผมและซับให้หมาด เป็นจังหวะที่เหมาะสำหรับคนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะเมื่อผลิตภัณฑ์ระบุว่าสามารถใช้กับผมหมาดได้ แต่ถ้าอยากใช้เพื่อเก็บผมชี้ฟูระหว่างวัน ก็สามารถใช้กับผมแห้งในปริมาณเล็กน้อยได้เช่นกัน ส่วนคนที่ใช้ความร้อนเป็นประจำควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติปกป้องความร้อนโดยเฉพาะ แทนการคิดว่าเซรั่มทุกตัวสามารถทำหน้าที่นี้ได้
สุดท้ายแล้ว Hair Routine ที่ดีไม่จำเป็นต้องมีผลิตภัณฑ์สิบขั้นตอน แค่รู้ว่า ผมของเราต้องการอะไร ใช้ผลิตภัณฑ์ถูกประเภท และใช้ในปริมาณที่พอดี ก็ช่วยให้ผมดูสุขภาพดีและจัดทรงง่ายขึ้นได้แล้ว เพราะบางที Secret ของผมสวยไม่ได้อยู่ที่การมี Hair Care เยอะที่สุด แต่อยู่ที่ “ใช้ถูกเวลาและใช้ให้เป็น” นั่นเอง
Share via:
